เมื่อรัฐลุแก่อำนาจ>>>ประวัติศาสตร์จึงซ้ำรอย!!!

เมื่อรัฐลุแก่อำนาจ ประวัติศาสตร์จึงซ้ำรอย !

การเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์โดยทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นผู้ร้าย เคยถูกใช้มาแล้วในยุคอดีต  


เลือดไทยที่ไหลหลั่งชโลมดิน มิได้เกิดจากข้าศึกภายนอก

แต่เกิดจากผู้มีอำนาจรัฐ กระทำต่อผู้ไม่คิดต้อสู้ 

หากแต่เป็นผู้หยัดยืนในอุดมการณ์ ความรุนแรงที่นอกเหนือไปจากลำดับขั้นตอนที่ควรจะเป็นทางกฎหมายจึงเกิดขึ้น

      ประวัติศาสตร์อันเลวร้ายของประเทศไทย กำลังหมุนวนกลับมา 

เมื่อผู้มีอำนาจ ไม่อาจกระทำการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามอำเภอใจได้

การลัดขั้นตอนทางกฎหมายจึงเกิดขึ้น


   วัดพระธรรมกายเป็นตัวอย่างของการหมุนวนกงล้อแห่งประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้าที่กำลังจะซ้ำรอย

   เมื่อมีอำนาจในมือ เมื่อมีอาวุธอยู่ในมือ ก็อย่ารอช้า  อยากทำอะไรก็ได้

   เพราะท่านก็เล็งเห็นความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นนั้นแล้ว ท่านสามารถยับยั้งมันได้ แต่ท่านเลือกที่จะไม่ทำก็ขอเชิญ บรรเลงเพลงแห่งนรก ที่ท่านแสวงหาเถิด


ประวัติศาสตร์มีไว้ เพื่อให้เกิด การซ้ำรอย แต่ท่านคงจะลืมไปอย่างหนึ่งว่า

ครั้งนี้ ท่านสู้กับ พลังศรัทธา ที่ไร้ขีดจำกัด และพวกเขาเหล่านั้น
พร้อมสละชีวิต 

เพื่อบุคคลที่เขาให้ความศรัทธาอย่างเต็มหัวใจ โดยไม่ต้องให้ตำแหน่งล่อใจ 

หรือใช้ดาบปลายปืนจ่อคอหอยแต่อย่างใด

อยากทำอะไรก็เชิญ อำนาจอยู่ในมือท่านแล้วนี่


ลองข่มเหง พระพุทธศาสนา ในสายตาชาวโลกบ้างจะเป็นไรไป

ศศินภา นิติธรรมปพน
ผู้เคยดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการปฏิรูปแนวทาง
และมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ

๑๕ มิถุนายน  ๒๕๕๙
เมื่อรัฐลุแก่อำนาจ>>>ประวัติศาสตร์จึงซ้ำรอย!!! เมื่อรัฐลุแก่อำนาจ>>>ประวัติศาสตร์จึงซ้ำรอย!!! Reviewed by Numjai Pimsuy on 18:13 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.